เกิดเหตุเรือหางยาวชนในเขื่อนรัชชประภา สุราษฎร์ธานี ทำให้ผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ 13 คนโชคดีไม่มีใครเสียชีวิต เมื่อวันที่ 15 เม.ย. พ.ต.ต.มะนพ มะโรตระกูล พนักงานสอบสวนเวรสภ.บ้านตาขุน  จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุเรือชนกันทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเหตุเกิดบริเวณท่าเรือเทศบาลเชี่ยวหลาน หมู่ 4 ต. เขาพัง อ.บ้านตาขุน จ สุราษฎร์ธานี จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี

พ.ต.อ.เชาวลิต เลี้ยงสุพงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ ที่เกิดเหตุภายในอ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภาห่างออกไปจากท่าเทียบเรือเทศบาลเชี่ยวหลานได้ประมาณ 500เมตร พบเรือนำเที่ยวชื่อเรือพรหมทองใหญ่ สภาพพังเสียหายเรือแตกลอยอยู่บนผิวน้ำชนกับเรือจุฑารัตน์ทะเบียนเรือหมายเลข  171 สภาพหัวเรือด้านหน้าพังเสียหายทำให้มีนักท่องเที่ยวที่อยู่ในเรือทั้ง 2 ลำซึ่งสวมเสื้อชูชีพทุกคนลอยอยู่ในอ่างเก็บน้ำได้รับบาดเจ็บ จากแรงกระแทกเป็นชาย 5 คน หญิง 8 คน รวม 13 คนเจ้าหน้าที่ได้นำส่งนำตัวส่งโรงพยาบาลบ้านตาขุน จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าเรือนำเที่ยวชื่อเรือพรหมทองใหญ่นายสง่า มะธุระ อายุ 41 ปี เป็นคนขับเรือได้นำผู้โดยสารกลับจากในอ่างเก็บน้ำเพื่อจะนำส่งที่ท่าเทียบเรือเทศบาล เมื่อถึงจุดเกิดเหตุได้ชนกับเรือจุฑารัตน์ทะเบียนเรือหมายเลข  171มีนายบำรุง มะธุระ อายุ 48 ปี เป็นคนขับเรือ ซึ่งรับนักท่องเที่ยวออกจากท่าเรือเพื่อพานักท่องเที่ยวไปเที่ยวยังอ่างเก็บน้ำ จึงทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนสาเหตุของการชนเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนรายละเอียดอีกครั้ง ขณะที่นายวิชวุทย์ และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องได้ไปเยี่ยมและให้กำลังใจคนเจ็บที่โรงพยาบาลตาขุน นายวิชวุทย์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทางจังหวัดได้ร่วมทำ MOU ร่วมกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวในเรื่องของการเข้มงวดในการสวมใส่เสื้อชูชีพทุกคน ที่นั่งเรือทุกลำลงไปในอ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชประภา หากไม่มีการสวมเสื้อชูชีพทางเจ้าหน้าที่ห้ามนำเรือออกรับผู้โดยสารโดยเด็ดขาด และจากมาตรการดังกล่าวทำให้เหตุเรือชนในครั้งนี้ทุกคนปลอดภัย. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews