อาการหน้ามืดเป็นลม เป็นอาการที่พบบ่อยมากอีกอาการหนึ่ง คนไข้ที่มาบอกว่า เป็นลมหน้ามืดหรือหน้ามืดเป็นลม แต่ละคนจะให้ความหมายของอาการนี้ไม่เหมือนกัน เช่น บางคนจะบอกว่า อาการเป็นลมหน้ามืดของตนนั้นมีอาการแน่นท้อง อึดอัด ลมตีขึ้น ต้องเรอเอิ้ก ๆ แล้วอาการก็ดีขึ้น บางคนจะบอกว่า อาการเป็นลมหน้ามืดของตนนั้นมีลักษณะคล้ายหัวเบา ตัวเบา แขนขาอ่อนแรง ต้องยืนพิงหรือนั่งพิงอะไรสักหน่อย แล้วก็ดีขึ้น

บางคนจะบอกว่า อาการเป็นลมหน้ามืดของตนนั้น มีอาการใจสั่น ใจหวิว วิงเวียน มึนงง หรืออ่อนเพลีย อาจเป็นอยู่สักครู่เดียว หรือเป็นวัน ๆ ก็มี การรักษา : เมื่อพบคนไข้ที่เป็นลม ควรรีบให้คนไข้นอนราบ หัวต่ำ (ไม่หนุนหมอน) และใช้หมอน หรือสิ่งอื่นยกขาให้สูงขึ้น
สังเกตการณ์หายใจและคลำชีพจรที่คอ หรือที่ขาหนีบ ถ้าคนไข้หายใจได้และเราคลำชีพจรของเขาได้ จึงอาจถือว่าคนไข้เป็นลม (ถ้าคลำชีพจรที่คอและที่ขาหนีบไม่ได้ ต้องถือว่าหัวใจหยุด และรีบฟื้นชีวิตทันที ถ้าคนไข้หายใจลำบากต้องช่วยหายใจก่อน
คลายเสื้อผ้า (เครื่องนุ่มห่ม) ที่คับ ให้หลวมออก
กันไม่ให้คนมามุงล้อมผู้ป่วย
ใช้พัดหรือสิ่งอื่นโบกลมให้ผู้ป่วย
อาจให้คนไข้สูดดมยา เช่น ยาหม่อง พิมเสน แอมโมเนียหอม หัวหอม หรืออื่น ๆ
อาจใช้ผ้าชุบน้ำเย็น(ในที่ที่อากาศร้อน)เช็ดหน้า คอ แขนขา และลำตัวของคนไข้ โดยทั่วไปคนไข้เป็นลมที่ได้รับการรักษาข้างต้น จะกลับฟื้นคืนสติในเวลาไม่กี่นาที ถ้าคนไข้ไม่ฟื้นคืนสติหลังการปฐมพยาบาลข้างต้น จะต้องตรวจรักษาแบบคนไข้หมดสติ ซึ่งจะได้กล่าวถึงในฉบับต่อ ๆ ไป
เมื่อคนไข้ฟื้นคืนสติแล้ว ควรให้นอนพักหรือนั่งพักอย่างน้อยสัก 1-2 ชั่วโมง เพราะถ้าให้คนไข้ลุกขึ้น หรือกลับไปทำงานทันที จะเกิดอาการหน้ามืดเป็นลมอีกได้
เมื่อคนไข้รู้สึกตัวดีแล้ว ต้องตรวจหาสาเหตุของอาการเป็นลม เพื่อให้การป้องกันและรักษาสาเหตุ คนไข้จะได้ไม่เกิดอาการเป็นลมขึ้นอีก หรือถ้าเกิดขึ้นอีกก็ไม่รุนแรง และไม่ทำให้เกิดอันตรายได้สำหรับคนไข้ที่มีอาการหน้ามืด ให้รักษาเช่นเดียวกับคนไข้ที่เป็นลม แต่อาจให้นั่งแทนนอน (ถ้าไม่มีที่นอนที่สะอาดและไม่ขัดต่อความรู้สึก) เป็นต้น. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth